ค่าเหนื่อยกุนซือที่ไม่น้อยหน้านักเตะ

ต้องยอมรับว่าเรื่องของค่าเหนื่อยนักเตะในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นประเด็นให้พูดถึงพอสมควรในช่วงที่ฟุตบอลลีกในยุโรปกำลังเบรกหนีหนาวยกเว้นเพียง “พรีเมียร์ลีก” อังกฤษเพียงแค่ลีกเดียว หลังจากที่ “ออสการ์” ย้ายตัวจาก “เชลซี” ไปอยู่กับ “เซี้ยงไฮ้ เอสไอพีจี” ค่าตัว 52 ล้านปอนด์พร้อมฟันค่าเหนื่อย 400,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

เรียกว่าทุกนาทีที่หายใจมีค่าเป็น “เงิน” และถ้าถามว่าทุกวันนี้อาชีพอะไรที่มีรายได้วันละล้าน (บาท) ทุกวันคงต้องยอมรับว่า “นักฟุตบอลนี้แหละ”

อย่างไรก็ตามตำแหน่งผู้จัดการทีมเองถ้าไปดูรายได้ของกุนซือบิ๊กเนมแต่ละคนนับว่าไม่น้อยเหมือนกันซึ่งทาง “เลอ กิ๊บส์” สื่อในฝรั่งเศสได้เปิดเผยเรื่องนี้ออกมาเมื่อวันก่อน หรือก่อนหน้านี้ที่หลายๆสื่อพยายามไปค้นข้อมูลต่างๆเพื่อนำมาเสนอ

สื่อรายล่าสุด “เลอ กิบบส์” ในฝรั่งเศสเปิดเผยว่ากุนซือที่รายได้สูงสุดในโลกคือ “หลุยส์ เอนริเก้” ของบาร์เซโลน่า (1.3 ล้านปอนด์ต่อเดือน) อันดับ 2 “เป็ป กวาดิโอร่า” ของแมนฯซิตี้ (1.25 ล้านปอนด์) ต่อเดือน อันดับ 3 “โชเซ่ มูรินโญ่” ของแมนฯยูไนเต็ด (1.15 ล้านปอนด์ต่อเดือน) อันดับ 4 “คาร์โล อันโลอันเชล็อตติ” ของบาเยิร์น มิวนิค (851,000 ปอนด์ต่อเดือน) อันดับ 5 “อาร์แซน เวงเกอร์” (7 แสนปอนด์ต่อเดือน) ของอาร์เซน่อล

อันดับ 6 “ดิเอโก้ ซิเอโมเน่” ของแอตฯมาดริด (665,000 ปอนด์ต่อเดือน) และตามมาด้วยกุนซือบิ๊กเนมอย่าง “เจอร์เก้น คลอปป์” “อันโดโตนีโอ คอนเต้” “ซีเนอดิน ซีดาน” ไล่ๆลง

ขณะที่สื่ออื่นๆก็จัดอันดับบ้างเช่น http://www.totalsportek.com/money/highest-paid-football-managers/ ก็บอกว่า “เป็ป กวาดิโอร่า” ที่ได้ค่าเหนื่อยสูงที่สุด 15 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาล ตามมาด้วย “โชเซ่ มูรินโญ่” 13.8 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาล อันดับ 3 “คาร์โล อันเชล็อตติ” 9 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาล ตามมาด้วยกุนซือบิ๊กเนมที่เราคุ้นเคยอย่าง “เวงเกอร์” “ซีดาน” “คล็อป์” หรือ “คอนเต้”

แน่นอนว่าข้อมูลเหล่านี้ถือว่าเชื่อได้ระดับนึงเพราะคงไม่มีใครได้นั่งเห็นสัญญาของกุนซือกับสโมสรจริงๆโดยเฉพาะบรรดาบิ๊กเนมที่ถือว่าเรื่องนี้เป็น “ความลับ” ดังนั้นข้อมูลที่ถูกนำมาเสนอจึงมาจากการรวบรวมข้อมูลเล็กๆน้อยๆต่างๆที่เชื่อถือได้มาวิเคราะห์และสรุปออกมา

ถึงเราจะไม่ทราบค่าเหนื่อยที่แท้จริงของกุนซือแต่ยังไงค่าเหนื่อยของกุนซือก็อยู่ประมาณบวกลบไม่มากกับสื่อต่างๆที่นำเสนอออกมา ถ้าสรุปคร่าวบรรดากุนซือทีมใหญ่ยุโรปฟันค่าเหนื่อยเฉลี่ยนเดือนละประมาณ 1 ล้านปอนด์หรืออาจจะมากกว่านั้น เรียกว่าไม่ต่างจากลูกทีมของตัวเองสักเท่าไหร่

ยิ่งถ้าไปเป็นกุนซือใน “ซุปเปอร์ลีก” ของจีน น่าจะได้มากกว่าแต่ข้อมูลอาจจะหาไม่ได้ละเอียดเหมือนในยุโรป ทั้ง “สเวน โกรัน อีริกส์สัน” ที่ไปอยู่จีนหลายปี “อังเดร วิอาส-โบอาส” ของเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี” “หลุยส์ ฟิลิเป้ สโคลาลี่” ของกว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ “มานูเอล เปเยกรีนี่” ของเฮอเป่ย ไชน่า ฟอร์จูน “ฟาบิโอ คันนาวาโร่” ของเทียนจิน รวมทั้งกุนซือต่างชาติคนอื่น

เรียกว่าไปทำงานต่างแดนเพียงไม่ถึงปี ถ้ามาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยก็สามารถกินอยู่อย่างสุขสบายไปทั้งชาติได้เลยทีเดียว นี้กระมั่งคืออำนาจของเกมลูกหนังที่สามารถสะกดคนทั้งโลกและเงินของมันก็สามารถสะกดทั้งกุนซือกับนักฟุตบอลจากทั่วโลกได้เหมือนกัน

สุดท้ายคงต้องบอกว่า “น่าอิจฉา” จริงๆ เพราะคนดูอย่างเราๆท่านๆได้แค่ความสนุก ความมันส์ ความสะใจจากความซื่อสัตย์ต่อทีมที่ตัวเองเชียร์ แต่บางทีต้องไปเสียเงินดูไม่ว่าจะเคเบิลเจ้าของลิขสิทธิ์หรือค่าเดินทาง ค่าตั๋วถ้าเกิดไปชมถึงขอบสนามซึ่งเงินเหล่านั้นบางอาจจะเป็นเงินที่สโมสรไปจ่ายให้กับกุนซือและนักเตะทางอ้อม พูดง่ายๆ “เงินเรานี่หว่า”