ดวงแข็ง! รถตู้ชนรถพ่วงพังยับ สาวนั่งเบาะหน้ารอดปาฏิหาริย์

รถตู้หลับในพุ่งชนท้ายรถพ่วงพังยับ สาวนั่งเบาะหน้ารอดตายปาฏิหาริย์ เจ็บตัวเล็กน้อย เผยไม่ได้แขวนเครื่องรางของขลัง แค่ระลึกถึงพ่อแม่

(16 เม.ย.) เวลา 02.30 น. ร.ต.อ.สุเทพ นามกลาง ร้อยเวร สภ.สีดา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุรถตู้ชนท้ายรถพ่วง มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยฮุก 31 จุดสีดา

บริเวณถนนมิตรภาพขาขึ้น กม.234-235 ต.สามเมือง อ.สีดา จ.นครราชสีมา พบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฮบ 4238 กรุงเทพมหานคร มีนายสมชาย อายุ 47 ปี เป็นคนขับ ชนคาอยู่ด้านท้ายรถพ่วงฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 82-9613 ชัยภูมิ มีนายธวัชชัย อายุ 27 ปี เป็นคนขับ โดยรถตู้ด้านหน้าอยู่ในสภาพพังยับถึงเบาะคนนั่ง ซึ่งภายในรถตู้มีผู้โดยสารอยู่จำนวน 3 ราย ประกอบไปด้วย นางบุญมา อายุ 58 ปี , นางสมพร อายุ 66 ปี และ น.ส.พงษ์ลัดดา อายุ 29 ปี ซึ่งทั้งหมดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

สำหรับผู้โดยสารที่นั่งเบาะหน้าข้างคนขับซึ่งถูกอัดก๊อปปี้เข้ากับท้ายรถพ่วงอย่างจัง คือ น.ส.พงษ์ลัดดา ได้รับบาดเจ็บมีแผลถลอกบริเวณข้อมือซ้ายและไหล่ รอดตายราวปาฏิหาริย์ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจึงได้ช่วยนำร่างของผู้ได้รับบาดเจ็บมาปฐมพยาบาลข้างทาง ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลสีดา

จากการสอบถาม น.ส.พงษ์ลัดดา ผู้โดยสารภายในรถตู้ที่รอดตายปาฏิหาริย์ เปิดเผยว่า ตนและญาติๆ ได้เหมารถตู้ออกเดินทางจากกรุงเทพมหานคร เพื่อกลับบ้านเกิดที่ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ระหว่างทางถึง อ.สีดา จ.นครราชสีมา ก็ปรากฏว่ารถตู้ได้พุ่งเข้าชนท้ายรถพ่วงที่วิ่งอยู่ด้านหน้าอย่างจัง จนด้านหน้ารถตู้พังยังมาถึงร่างของตนเอง แต่โชคดีที่ตนเองไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก โดยมีเพียงข้อมือด้านซ้ายที่เคล็ด และไหล่ซ้ายเป็นแผลถลอกเล็กน้อย ซึ่งได้มารักษาตัวที่ รพ.สีดา และแพทย์ให้กลับบ้านได้ในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งนี้ ตนไม่ได้แขวนพระเครื่อง หรือเครื่องรางของขลังอะไร มีเพียงระลึกถึงพ่อแม่ที่บ้านเท่านั้น จึงถือว่าอุบัติเหตุในครั้งนี้ตนเองรอดตายราวปาฏิหาริย์

ด้าน ร.ต.อ.สุเทพ นามกลาง ร้อยเวร สภ.สีดา เปิดเผยว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ คาดว่าคนขับจะเกิดอาการหลับใน และบริเวณถนนจุดเกิดเหตุ ไม่มีแสงส่องสว่างนัก จึงทำให้รถตู้ขับพุ่งชนท้ายรถพ่วงอย่างจัง โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือเสียชีวิต ถึงอย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้นำซากรถตู้ และคนขับรถทั้ง 2 คัน มาสอบปากคำเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้ และหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงครั้งนี้ต่อไป