เร่งล่า3ผตห.ร่วมฆ่าทอม-คาดผลตรวจศพชัดสัปดาห์นี้

ตำรวจเร่งล่า 3 ผู้ต้องหาร่วมอุ้มฆ่าทอม ขณะ นิติเวชฯ คาด ผลชันสูตรศพ ออกภายในสัปดาห์นี้

พ.ต.อ.ธนะสิทธิ์ ปานศรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลหนองค้างพลู เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้า คดีอุ้มฆ่าฝังดิน น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง (สาวหล่อ) ว่า ล่าสุดได้เร่งรัดชุดจับกุมให้ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ที่ยังหลบหนี ขณะที่ผลทางนิติวิทยาศาสตร์ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีประสานติดตามผลแล้ว แต่ส่วนตัวเชื่อว่า ผู้ตายมีอัตลักษณ์ชัดเจน ทั้งรอยสักที่ปรากฏ และลักษณะทางกายภาพจึงเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา

ส่วนด้าน พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างแปลผลการตรวจพิสูจน์ทางแลบ โดยคาดว่าน่าจะทราบผลภายในสัปดาห์นี้

หลอนซ่อนเงื่อน! ‘ร่างทรง’ นอนตายเปลือยปริศนา ตาเบิกกว้าง คล้ายวิ่งหนีสิ่งลี้ลับ

เวลา 17.30 น. ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อมหน่วยกู้ภัยฮุก 31 ตรวจสอบสภาพศพ นายประเสริฐ อายุ 50 ปี ชาว อ.เมือง จ.ราชบุรี มีอาชีพเป็นหมอดูร่างทรง นอนเสียชีวิตลักษณะไม่สวมเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว บริเวณพื้นดินหน้าบ้านพักเลขที่ 434 ซอยสามยอด 11 ต.สุรนารี บ้านพักชั้นเดียว ปลูกอยู่กลางป่ารกทึบ
สภาพศพเปลือยกาย นอนคุดคู้ ตาค้าง ลักษณะคล้ายวิ่งหนีอะไรบางอย่าง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 6 ชั่วโมง ตามร่างกายไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้ายร่างกาย ตรวจสอบภายในบ้านพบข้าวของกองกระจัดกระจายรกรุงรัง มีโต๊ะวางพระพุทธรูป เครื่องรางของขลังมากมาย ตำราโหราศาสตร์ บัตรเอทีเอ็ม โทรศัพท์มือถือ และเงินสด 3,415 บาท

สอบสวนเพื่อนบ้านที่พบศพ บอกว่า ผู้ตายมีอาชีพเป็นหมอดูร่างทรง มีลูกศิษย์มากมายทั่วภาคอีสาน มีสติสมประกอบดี ไม่ใช่คนบ้าหรือเสียสติ ก่อนนี้พบผู้ตายเดินสายดูตำราโหราศาสตร์ให้ลูกค้าตามปกติ กระทั่งพบเสียชีวิตร่างเปลือยเปล่าอยู่หน้าบ้าน ลักษณะท่าทางแปลกประหลาด โดยไม่รู้สาเหตุ เชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับสิ่งเร้นลับ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่นำศพผ่าพิสูจน์ที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ศปอช.ชลบุรีรวบแก๊งเกาหลีใต้ลอบเปิดบ่อนพนันออนไลน์ในไทย

ศูนย์ข่าวศรีราชา – ศปอช.ภ.จว.ชลบุรี นำกำลังบุกรวบแก๊งเกาหลีใต้ลอบเปิดบ่อนพนันออนไลน์ใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี สารภาพได้รับการว่าจ้างจากนายทุนในประเทศเกาหลีใต้ให้ดำเนินการดังกล่าว โดยมีกลุ่มนักพนันเป็นชาวเกาหลีใต้ด้วยกัน และได้เปิดบ่อนออนไลน์ในไทยมานานกว่า 3 เดือนแล้ว

เมื่อเวลา 03.00 น.  พ.ต.ท.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผกก.สส.สภ.นาจอมเทียน ช่วยราชการ ศปอช.ภ.จว.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากสายว่า มีกลุ่มบุคคลชาวเกาหลีใต้ ซึ่งมีพฤติการณ์เล่นการพนันผ่านอินเทอร์เน็ต พักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 392/47 ม.6 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ไปถึงพบชายชาวเกาหลี จำนวน 4 คน กำลังนั่งอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ก่อนควบคุมตัว นายจอง ยี จิน (JEONG KYUJIN) อายุ 35 ปี นายฮัน คีเรห์ (HAN KYOREH) อายุ 26 ปี นายชอย ซุง มิน (CHOI SUNG MIN) อายุ 35 ปี และนายแบ จองควาน (BAE JEONGHWAN) อายุ 26 ปี พร้อมของกลาง 14 รายการ ประกอบด้วย เครื่องประมวลข้อมูลคอมพิวเตอร์ (CPU) จำนวน 4 เครื่อง จอคอมพิวเตอร์ 8 จอ เครื่องกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต เครื่องเปลี่ยนรหัสสำหรับโอนเงิน (OPT) บัญชีธนาคารสำหรับโอน รวมทั้งเอกสารรายชื่อผู้เล่น ไปยังสถานีตำรวจนาจอมเทียน พร้อมตั้งข้อกล่าวหา ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไพ่ออนไลน์) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากการสอบสวนทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า แต่ละคนได้รับการว่าจ้างจากนายทุนซึ่งไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน เป็นเงินเดือนๆ ละประมาณ 6 หมื่นบาท ให้เข้ามาเปิดบ่อนพนันผ่านอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย และได้ทำมาแล้วประมาณ 3 เดือน โดยนายทุนจะโอนเงินเข้าบัญชีให้เป็นค่าจ้างผ่านบัญชีของประเทศเกาหลีใต้ ส่วนผู้เล่นพนันทั้งหมดจะเป็นชาวเกาหลีใต้ โดยจะใช้ระบบพนันผ่านทางอินเทอร์เน็ต และโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่เตรียมไว้ เมื่อชนะพนันกลุ่มผู้ต้องหาก็จะโอนเงินเข้าบัญชีให้แก่ลูกค้าที่ส่งเลขบัญชีมาให้

หลังการสอบสวนในเบื้องต้น ได้นำตัวทั้งหมดพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบางละมุง เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

เเม่สุภัคสรณ์อยากให้ลูกสาวอโหสิกรรม ยัน “สาวหล่อไม่ติดพนัน+ไม่เกี่ยว 4 ล้าน”

สมพิศ ตรัยจันทร์แดง มารดาและครอบครัวของ น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง ผู้เสียชีวิต ที่ถูกทีมของ พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ อดีต ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี อุ้ม เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2559 เเละลงมือฆ่าฝังศพ น.ส.สุภัคสรณ์ ในพื้นที่ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ได้ติดต่อเข้ารับศพ น.ส.สุภัคสรณ์ ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อกลับไปบำเพ็ญกุศล ที่วัดคลองอีแตก ต.โคกปี่ฆ้อง อ.เมือง จ.สระแก้ว

นางสมพิศ ระบุว่า ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าบุตรสาวรับรู้ ก็อยากให้บุตรสาวอโหสิกรรมให้กับกลุ่มผู้ก่อเหตุ และไม่ต้องเป็นห่วงตนและน้องชาย เพราะว่าบุตรสาวเหนื่อยมามากแล้ว จึงอยากให้พักผ่อน และขอเรียกร้องความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำคนผิดมาลงโทษ ซึ่งก่อนเกิดเหตุเมื่อเดือน พ.ย. 2559 ตนมีโอกาสได้ใช้ชีวิตอยู่กับบุตรสาว และมีการพูดคุยถึงเรื่องการมีปากเสียงกับ น.ส.กรรณิกา กรุมรัมย์ หนึ่งในผู้ต้องหา ตนให้คำแนะนำกับบุตรสาวให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับ น.ส.กรรณิกา เนื่องจากทราบว่ามีสามีแล้ว จนกระทั่งมาเกิดเหตุที่บุตรสาวถูกอุ้มไป

“จากนั้น น.ส.กรรณิกา ได้ติดต่อกลับมาระหว่างที่บุตรสาวถูกอุ้มหายตัวไปว่า ไม่ต้องห่วงบุตรสาว มีคนชื่อ “ลุง” นำตัวบุตรสาวไปสั่งสอนเท่านั้น ซึ่งตนไม่คิดว่าจะทำให้เสียชีวิต แต่มีความเป็นห่วงมาโดยตลอด ส่วนจะมีใครบงการ น.ส.กรรณิกา หรือไม่นั้น ไม่ทราบ

ส่วนเรื่องเงิน 4 ล้านบาท เชื่อว่าบุตรสาวไม่สามารถจะหยิบยืมเงินได้มากขนาดนั้น รวมทั้งกระแสข่าวที่ระบุว่าบุตรสาวติดการพนัน ก็ยอมรับว่าก่อนนี้บุตรสาวเคยเล่นพนัน แต่ไม่ได้ติดการพนัน และไม่ได้โกรธแค้นหรือคิดฟ้องร้องดำเนินคดีกับสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าว”

นางสมพิศยังขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาทนายความมาช่วยต่อสู้คดีเนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน

ด้าน พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยความคืบหน้าการผ่าชันสูตรศพ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจขุดพบที่ จ.กาญจนบุรี ซึ่งคาดว่าเป็นศพของ น.ส.สุภัคสรณ์ ที่ถูกอุ้มหายตัวไปในพื้นที่ สน.หนองค้างพลู ว่าเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ผ่าชันสูตรศพ เก็บตัวอย่างของเหลวและวัตถุพยานต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วรวมถึงตัวอย่างดีเอ็นเอ และจากการตรวจสอบพบว่ามีอาหารอยู่ภายในกระเพาะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งแพทย์ได้มีการเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบรายละเอียดคาดว่าจะใช้เวลามากกว่า 1 สัปดาห์ ถึงจะทราบสาเหตุการเสียชีวิตโดยละเอียด”

ส่วนการส่งคืนศพให้กับบิดาและมารดาของ น.ส.สุภัคสรณ์ คาดว่า ไม่สามารถคืนศพได้ทันในช่วง 12.00 น.  เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเปรียบเทียบดีเอ็นเอของบิดาและมารดากับศพของผู้เสียชีวิต หากผลดีเอ็นเอออกมาตรงกับบิดาและมารดาของ น.ส.สุภัคสรณ์ จะทำเรื่องคืนศพให้กับญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้ทันที

เมื่อฟุตบอลไม่มีกฎ “ล้ำหน้า”

หลายคนคงไม่ปฏิเสธว่า ฟุตบอลคือกีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ด้วยเหตุผลที่ว่ากันเล่นๆว่า ทุกคนสามารถเข้าใจกฎกติกาได้อย่างง่ายได้ ไม่สลับซับซ้อนเหมือนกีฬาชนิดอื่น รวมทั้งไม่ต้องใช้อุปกรณ์การเล่นมากมาย เพียงแค่สองเท้ากับฟุตบอล 1 ลูกเท่านั้น

แค่เพียงใช้ขาและเท้า ทำยังไงก็ได้ส่งบอลให้เข้าประตูเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีกฎบางอย่างที่ทุกคนสามารถเข้าใจได้อย่าง ห้ามผู้เล่นใช้มือสัมผัสลูกบอล (ยกเว้นผู้รักษาประตู), ห้ามทำร้ายคู่แข่ง

หรือในระหว่างการเล่นก็มีกฎ “ล้ำหน้า” ที่ในกติกาของฟุตบอล หมายถึง ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าเมื่อลูกฟุตบอลสัมผัสหรือเล่นโดยผู้เล่นคนหนึ่งในทีมตัวเอง โดยผู้ตัดสินเห็นว่าผู้เล่นคนนั้นมีส่วนร่วมกับการเล่นอย่างชัดเจน หรือเกี่ยวข้องกับผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม หรืออาศัยความได้เปรียบจากการอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าขณะนั้น แต่ไม่ถือเป็นการล้ำหน้าในกรณีที่เตะจากประตู เตะมุม หรือการทุ่ม

ความจริงเรื่องของกฎล้ำหน้าน่าจะเป็นสิ่งที่เข้าใจยากที่สุดสำหรับคนที่เพิ่งเล่นฟุตบอลแล้ว แต่ก็ไม่ยากเกินไป ซึ่งกฎนี้ก็มีมานานแล้ว

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ที่วันก่อน “มาร์โก ฟาน บาสเท่น” ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเทคนิคของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ออกมาเปิดเผยว่า กำลังมีการพิจารณาเปลี่ยนแปลงกฎต่างๆในการเล่นฟุตบอล รวมทั้งการยกเลิกกฎ “ล้้ำหน้า” ด้วย

นั้นหมายความว่าถ้ามีการยกเลิกกฎนี้จริงๆ รูปแบบการเล่นฟุตบอลโดยเฉพาะเกมรุกคงเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน เอาแค่คิดเล่นๆ หลายๆทีมคงต้องหากองหน้าตัวใหญ่ ประเภทเก็บบอลเก่งๆ ยิงประตูดีดีมาเสริมทีม ไม่จำเป็นต้องมีความเร็วมากหรือทักษะเลี้ยงบอลคล่อง เพียงแค่ “ปักหลัก” รอยิงประตูเพียงอย่างเดียว

เพราะหลายทีมจะเปลี่ยนมาเล่นโยนยาว ส่งให้กองหน้าตัวเป้าที่ยืนอยู่ตรงประตูฝั่งตรงข้ามคอยเก็บกินเท่านั้น

เรื่องของการ “ล้ำหน้า” เป็นสิ่งที่คนฟุตบอลยุคก่อนไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่ เพราะตั้งแต่มีการเล่นกีฬาฟุตบอลอย่างเป็นทางการ ก็มีกฎประเภทที่ห้ามกองหน้าเล่นฟุตบอลถ้ายืนอยู่สูงกว่าผู้เล่น 3 คนหน้าประตูฝั่งตรงข้าม และค่อยเปลี่ยนเป็น 2 คนในช่วงต้นยุคปลายศตวรรษที่ 19 จนถึงยุคต้นศตวรรษที 20

ซึ่งตอนที่เปลี่ยนจากห้ามกองหน้าฝั่งตรงข้ามยืนอยู่สูงกว่าผู้เล่น 3 คน สถิติการยิงประตูรวมกันในลีกอังกฤษฤดูกาล 1924/1925 คือ 1,848 ประตู พอเปลี่ยนมาเป็นกองหน้าฝั่งตรงข้ามห้ามยืนสูงกว่า 2 คน สถิติการยิงประตูในลีกกลับเพิ่มขึ้นเป็น 6,375 ประตู เรียกว่าเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าเลยทีเดียว

นอกจากนั้นเรื่องการยกเลิกกฎล้ำหน้า ปรมาจารย์ลูกหนังอย่าง “อาร์แซน เวงเกอร์” ก็ไม่เห็นด้วย จากเหตุผลที่ว่ากฎนี้ทำให้ฟุตบอลต้องเล่นเป็นทีม กองกลาง กองหน้าต้องประสานงานกัน รวมทั้งการใช้สมองในการเล่นฟุตบอลมากขึ้น ไม่ใช่ให้กองหน้าปักหลักแล้วโยนเพียงอย่างเดียว

สุดท้ายเชื่อว่าเรื่องของกฎล้ำหน้าคงไม่เกิดขึ้นจริงๆ มิเช่นนั้นแล้ว เกมฟุตบอลคงขาดสีสันขึ้นอีกเยอะ และนวัตกรรมใหม่ของเกมฟุตบอลหรือแผนการเล่นต่างๆคงหมดไป คิดแล้วยังไม่อยากเชื่อว่า คนคิดจะยกเลิกกฎนี้คิดมาได้ยังไง

เพราะคิดแล้วก็แค่เรื่อง “ตลก” ดีดีนี่เองครับ

“เมมฟิส เดปาย” ตัวตนที่หลงลืม

อาชีพนักฟุตบอลอาจทำรายได้มากมายมหาศาลก็จริงอยู่ แต่ใช่ว่าบนกองเงินกองทองที่ได้รับจะไม่มีความเสี่ยงรออยู่ ซึ่งความเสี่ยงที่ว่ามันคือปัจจัยสำคัญสำหรับแข้งดาวรุ่งทุกคน

เมมฟิส เดปาย ก็ไม่ต่างกัน หลังแบกความคาดหวังจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น สู่หนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เส้นทางการค้าแข้งของดาวเตะวัย 22 ปี ควรจะโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ

อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไป โดยเฉพาะการโดนจับตามองจากสื่ออังกฤษ ดูเหมือนว่าทิศทางการค้าแข้งของ เดปาย จะตรงกันข้ามกับสิ่งที่บอร์ดบริหาร “ปิศาจแดง” คาดหวัง
ซึ่งเมื่อการออกสตาร์ตชีวิตในอังกฤษเริ่มต้นด้วยความขรุขระ ก้าวต่อไปของ เดปาย จึงยากมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกการกระทำของเขากลายเป็นที่จับตามอง ไม่เว้นแม้แต่ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

ผลสุดท้ายจากว่าที่ยอดนักเตะเจเนอเรชั่นส์ใหม่ของวงการฟุตบอลดัตช์ เดปาย กลายเป็นเพียงไอ้ขี้แพ้อีกคนหนึ่งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด กลายเป็นส่วนเกินที่ โจเซ่ มูรินโญ่ ไม่ต้องการ
ทว่าในเรื่องราวร้ายๆ ย่อมมีปลายทางที่สดใสรออยู่เสมอ เดปาย เองก็เช่นกัน หลังนั่งตูดด้านในโรงละครแห่งความฝัน เป็น โอลิมปิก ลียง ที่มองเห็นคุณค่าในตัวเขา จัดแจงยื่นข้อเสนอ 21.6 ล้านปอนด์ ปิดดีลนี้รับปี 2017

ฌอง มิแชล โอลาส ประธานสโมสรลียง กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “เราพร้อมเดิมพันกับนักเตะที่ต้องการแสดงพรสวรรค์ของตัวเองออกมา ซึ่งเราต้องไม่ลืมว่าเมมฟิส เดปาย เคยมีขวบปีอันแสนวิเศษกับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น”

“มันเป็นความจริงที่เขาเป็นส่วนเกินของโจเซ่ มูรินโญ่ ทำให้เรามีโอกาสได้เจรจากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ดีลนี้เปรียบเสมือนความฝัน เพราะเขาเป็นนักเตะที่มีคุณสมบัติตามที่เรามองหา”

แน่นอนว่าการย้ายมาลียงครั้งนี้ เดปาย โดน โอลาส ตั้งความหวังเอาไว้ค่อนข้างสูง ซึ่งไม่ต่างจากเมื่อคราวที่เขาเก็บข้าวของอำลาบ้านเกิดมาร่วมทัพแมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อซัมเมอร์ 2015

แต่สิ่งหนึ่งที่แตกต่างออกไป คือตอนนี้เขาจะมีโอกาสลงสนามที่ลียง รออยู่อย่างสม่ำเสมอ ไม่เหมือนในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ที่ได้ลงเป็นตัวจริงให้ มูรินโญ่ ไปแค่เกมเดียวเท่านั้น

ตลอดช่วงเวลา 11 นาที ในเกมเปิดบ้านเอาชนะโอลิมปิก มาร์กเซย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อาจมองดูน้อยนิดสำหรับ เดปาย แต่เชื่อเถอะว่าการได้ลงสนามตั้งแต่เกมแรกในสีเสื้อ “โอแอล” คงไม่มีอะไรสุขไปกว่านี้อีกแล้ว

ต่อจากนี้เรื่องราวทั้งหมดขึ้นอยู่กับ เดปาย เอง ว่าจะกำหนดทิศทางอาชีพนักเตะที่เหลืออยู่ของตนอย่างไร ความมั่นใจของเขาจะกลับคืนมามากน้อยแค่ไหน และจะทวงบัลลังก์ว่าที่ยอดนักเตะกลับมาได้หรือไม่

…เพราะชีวิตไม่ใช่การค้นหาตัวตนของเราเอง หากแต่เป็นการสร้างตัวตนของเราเองขึ้นมาต่างหาก

นาทีชีวิต! สาวทะเลาะแฟนผูกคอตาย กู้ภัยปั๊มหัวใจช่วยชีวิตทัน

เมื่อเวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยไตรคุณธรรมชลบุรี รับแจ้งว่ามีคนผูกคอภายในหอพักแห่งหนึ่งในซอยสุขใจ ม.1 ตำบลหนองอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ที่เกิดเหตุพบ น.ส.ฟ้า (นามสมมติ) อายุ 32 ปี หมดสติเนื่องจากใช้สายไฟผูกคอกับคอมเพรสเซอร์แอร์ แต่ยังมีชีพจร เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงพยายามที่ช่วยกันปั้มหัวใจ และรีบนำส่งโรงพยาบาลชลบุรี

จากการสอบถาม นายธง (นามสมมติ) อายุ 39 ปี แฟนหนุ่ม ให้การว่าก่อนเกิดเหตุตนกับแฟนสาวได้ทะเลาะกันอย่างรุนแรง สาเหตุมาจากตนจับได้ว่าแฟนสาวได้แชทคุยกับชายอื่น และตนเองจับได้ จึงพยายามสอบถาม ทำให้แฟนสาวหงุดหงิดและใส่อารมณ์จนเกิดทะเลาะกันอย่างรุนแรง ตนเกิดความโมโหจึง ได้แย่งโทรศัพท์ของแฟนสาวมาทุบจนพัง

นายธง ให้การว่า จากนั้นก็ได้เดินลงไปสงบสติอารมณ์ข้างล่าง ปล่อยให้แฟนสาวอยู่ในห้องเพียงลำพัง ประมาณ 20 นาทีตนก็ได้เดินกลับมาที่ห้องพัก และได้มองเห็นแฟนสาวกำลังผูกคอกับคอมเพรสเซอร์แอร์นอกระเบียงของห้องนอน ตนจึงรีบวิ่งไปช่วย รีบแก้มัดลงมา จากนั้นได้โทรเรียกกู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือ โชคดีที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทีมแพทย์ของโรงพยาบาลชลบุรี ได้ช่วยกันปั๊มหัวใจและช่วยชีวิตแฟนสาวจนรอดชีวิตมาได้

ป้าร่ำไห้ หลานติดยา เผาบ้านมรดกชิ้นสุดท้ายวอดทั้งหลัง

เมื่อเวลา 11.00 น.  นายสมหวาน ลาวงศ์ นายก อบต.ดงขวาง อ.เมืองนครพนม พร้อมด้วยนายเจษฎา วัฒนมาลี ผู้ใหญ่บ้านนาคอกควาย หมู่ 2 ต.ดงขวาง ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือ นางสมบูรณ์ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ 2 บ้านนาคอกควาย ต.ดงขวาง อ.เมืองนครพนม หลังถูกนายวสันต์ หลานชาย อายุ 27 ปี ก่อเหตุวางเพลิงเผาบ้านพักเสียหายทั้งหลัง

พ.ต.ท.คำดี เฮียบุญ รอง ผกก.สส. สภ.บ้านกลาง เปิดเผยว่า นายวสันต์ มีประวัติเคยต้องคดียาเสพติด และเคยก่อเหตุเผาบ้านมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อเดือนธันวาคม 2559 แต่ชาวบ้านช่วยกันดับไฟไว้ได้ กระทั่งล่าสุดเมื่อวานนี้ มาก่อเหตุซ้ำอีก เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวนเพื่อดำเนินดีตามกฎหมาย

นางสมบูรณ์ เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า ตนเองไม่มีครอบครัว และมีรายได้จากการทำนาและรับจ้างทั่วไป อาศัยอยู่บ้านหลังนี้กับหลานชายที่ก่อเหตุ ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวเป็นมรดกตกทอดชิ้นสุดท้ายที่ได้มามาจากพ่อแม่ หลังเกิดเหตุทำให้ต้องสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมด ตนรู้สึกเสียใจมาก เพราะที่ผ่านมาเลี้ยงหลานคนนี้มาตั้งแต่เด็กเพราะพ่อแม่เขาแยกทางกัน หลังจากนี้ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพราะไม่มีบ้านอยู่ และคงไม่มีปัญญาสร้างบ้านหลังใหม่

ด้านนายสมหวาน ลาวงศ์ นายก อบต.ดงขวาง ได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น เกี่ยวกับเครื่องอุปโภค บริโภค พร้อมเชิญชวนผู้ใจบุญ สามารถติดต่อเพื่อให้การช่วยเหลือนางสมบูรณ์ได้ ผ่านกองสวัสดิการ อบต.ดงขวาง โทรศัพท์ หมายเลข 042-578-030 หรือประสานงานโดยตรงกับ นางชลิดา สิทธิกานต์ ผู้อำนวยการกองสวัสดิการ อบต.ดงขวาง โทร. 094-539-9911

จับเล่นพนันแข่งม้าเถื่อน รวบเจ้ามือ 10 รายในราชกรีฑาสโมสร

เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมเจ้ามือรับพนันแข่งม้าเถื่อนภายในสนามราชกรีฑาสโมสร สามารถจับกุมเจ้ามือเถื่อนได้ 10 ราย

พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ และพันตำรวจเอกนิธิธร จินตกานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว นำกำลังเข้าปิดล้อมปราบโต๊ดเถื่อน หรือเจ้ามือรับพนันแข่งม้าเถื่อน ที่ราชกรีฑาสโมสร ถนนอังรีดูนังต์ แขวงและเขตปทุมวัน สามารถจับกุมนักพนันได้ 10 ราย

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากหลังจากทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการไม่ให้มีการลักลอบเล่นการพนันผิดกฎหมายในสนามม้า

โดยหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดศูนย์ป้องกันปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันแข่งม้า สืบทราบมาว่าภายในสนามม้าราชกรีฑาสโมสรจะมีการลักลอบเล่นการพนัน จึงนำกำลังเข้าจับกุมเจ้ามือรับพนันแข่งม้าเถื่อนได้ 10 ราย แล้วนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดี

หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบสนามม้าทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อกวาดล้างผู้ลักลอบกระทำความผิด เพื่อแก้ปัญหายอดเงินภายในสนามม้าที่มียอดรายรับตกต่ำ อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการปราบปรามตามขั้นตอนของกฎหมาย และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ทหาร ของขึ้น!! ถูกอ้างเก็บส่วย ลุยจับบ่อนกลางป่า รวบนักพนัน 14 ราย เงินสด 380 บาท

เจ้าหน้าที่ชุดรักษาความสงบ นำโดย ร.อ.ปนัตชัย ชัยเจริญวรรณ ผบ.มว.รส.ที่ 1 ร.31 พัน.1 รอ. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เข้าบุกตรวจค้น บริเวณเพลิงพักกลางป่า หมู่ที่ 2 ตำบลบางพลับ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง

หลังได้รับแจ้งว่า มีการลักลอบเปิดบ่อนเล่นการพนัน ทั้งนี้มีการแอบอ้าง ว่า มีการจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ อีกทั้งสืบทราบว่าบ่อนแห่งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ รู้เห็นเป็นใจ จึงได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเพื่อ ทำการปิดล้อมเข้าจับกุมการลักลอบเล่นการพนัน โดยสามารถจับกุมผู้กระทำผิด ได้จำนวน 14 ราย เงินสดจำนวน 380 บาท ไพ่จำนวน 2 สำรับ ชิพและกิ๊บหนีบผ้าไว้แทนเงินสดจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้มีรายงานว่า ระหว่างการจับกุม เจ้าหน้าที่ทหาร ได้ประกาศว่าตนเองเป็นทหาร ทำงานเพื่อชาติ ทำพื้นที่ให้เกิดความสงบมีคนแอบอ้างว่าทหารเก็บส่วย ผมเป็นทหาร ทำงานให้แผ่นดิน ผู้บังคับชาทุกระดับชั้นต่างเน้นย้ำ ให้พวกผมดูแลพื้นที่ให้เกิดความเรียบร้อย แต่มีคนแอบอ้างทหาร ผมยอมไม่ได้ จากนั้นจึงนำตัวนักพนันทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์ทอง เพื่อทำการดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป