สุนัขตัวแรกในอเมริกาหายไปหลังเชื่อมต่อยุโรป

สุนัขตัวแรกในอเมริกาหายไปหลังเชื่อมต่อยุโรป

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยควีนแมรีและมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ในอังกฤษ ได้รายงานลงวารสารวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับมุมมองแห่งต้นกำเนิดและชะตากรรมของสุนัขตัวแรกในอเมริกา หลังจากศึกษาข้อมูลทางพันธุกรรมทั้งหมด หรือจีโนม (genome) เป็นครั้งแรกของสุนัขโบราณในทวีปอเมริกา โดยวิเคราะห์ดีเอ็นเอ (DNA) ที่อยู่ในนิวเคลียสและดีเอ็นเอที่อยู่ในไมโตคอนเดรียล (mitochondrial) คือแหล่งสร้างพลังงานของเซลล์ ซึ่งถูกส่งผ่านเฉพาะจากมารดาไปลูกหลานของตนเองเท่านั้น

ด้วยการเปรียบเทียบเอกลักษณ์ของจีโนมจาก 71 ไมโตคอนเดรียลและ 7 นิวเคลียสจีโนม (nuclear genomes) ของสุนัขอเมริกาเหนือและไซบีเรียในสมัยโบราณ ทีมวิจัยสามารถชี้ชัดได้ถึงความเป็นมาของสุนัขเก่าแก่ตัวแรกในอเมริกาว่าเคยมีชีวิตอยู่เมื่อ 9,000 ปีที่แล้ว หลังจากที่ผู้คนเริ่มอพยพผ่านแผ่นดินซึ่งเชื่อมระหว่างไซบีเรียของรัสเซียและรัฐอลาสกาของสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน พร้อมระบุว่า สุนัขยุคโบราณของอเมริกามีต้นกำเนิดมาจากไซบีเรีย โดยกระจายตัวไปทั่วทวีปอเมริกาพร้อมกับการอพยพของมนุษย์

ที่สำคัญคือ ทีมวิจัยพบว่าสุนัขโบราณได้หายไปเกือบทั้งหมด หลังจากที่มีการเชื่อมต่อกับยุโรป เป็นไปได้ว่าการหายไปน่าจะเกี่ยวข้องกับการล่าอาณานิคมของประเทศในยุโรป แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานที่จะอธิบายการหายตัวอย่างฉับพลันได้แน่ชัด นอกจากนี้ยังพบว่าสุนัขสมัยใหม่บางตัวมีร่องรอยของเชื้อสายสุนัขโบราณและพบโรคมะเร็งบางชนิดที่เป็นมรดกทางพันธุกรรมของประชากรสุนัขในอเมริกาก่อนที่จะมีการติดต่อเชื่อมโยงกับยุโรป.

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*