สัญญาณที่บ่งบอกว่า น้องหมา(อาจจะ)ท้อง!

สัญญาณที่บ่งบอกว่า น้องหมา(อาจจะ)ท้อง!

เมื่อน้องหมามีประจำเดือนแล้ว ไม่ว่าคุณจะตั้งใจหรือไม่ น้องหมาของคุณก็อาจจะได้รับการผสมพันธุ์จากตัวผู้ โดยคุณอาจจะเห็น หรืออาจจะไม่รู้เลย โดยปกติแล้วคนเราจะติดภาพที่ว่า เมื่อน้องหมาขี่กันแล้วก้นติดกัน น้องหมาถึงจะท้อง ดังนั้นเมื่อคุณเห็นพวกเค้าขี่กันแป๊ปนึงแล้วแยกจากกันโดยก้นไม่ได้ติดกัน แปลว่าผสมไม่สำเร็จ น้องหมาของคุณไม่มีทางตั้งท้องได้นั้น ไม่จริงเสมอไปนะคะ น้องหมาตัวเมียอาจจะตั้งท้องได้ หากถูกขี่แล้ว แม้จะไม่นานและไม่สำเร็จจนจบก็ตาม

เมื่อสุนัขตั้งท้องจะมีสรีระที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่?
อย่างที่บอกไว้ในตอนต้นแล้วว่า สุนัขที่ตั้งครรภ์ในช่วงแรกอาจจะยังเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ไม่ชัดนัก จึงต้องอาศัยการสังเกตความผิดปกติของสรีระสุนัขอย่างสม่ำเสมอ โดยให้เริ่มสังเกตจากลักษณะของช่องท้องก่อน

ถ้าหากสุนัขตั้งท้องช่องท้องเริ่มขยายใหญ่ เต้านมเริ่มขยายและหัวนมมีสีชมพูอ่อนๆ ปากช่องคลอดมีขนาดใหญ่เมื่อเปรียบเทียบกับตอนช่วงก่อนที่สุนัขแสดงอาการสัด (บางตัวอาจจะมีของเหลวสีชมพูอ่อนๆ ออกมาจากช่องคลอด)

นอกจากนี้ อาจพบว่าสุนัขมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ทั้งๆ ที่ปริมาณการกินอาหารยังคงเป็นปกติ หรือกินอาหารได้น้อยลง

ถ้าหากสุนัขตั้งท้องพฤติกรรมของเขาจะเป็นยังไง?
เจ้าของอาจสังเกตว่าสุนัขอาจจะมีพฤติกรรมการกินที่แปลกไป เช่น อาจเบื่ออาหาร กินอาหารได้น้อยลง หรือในทางกลับกัน อาจกินอาหารเยอะขึ้น และหิวบ่อยขึ้น (แต่สุนัขเขาจะไม่มีอาการแพ้ท้องอาเจียนเหมือนคนหรอกนะคะ)

อารมณ์ของสุนัขก็จะแปรปรวนได้ง่าย จากที่เคยวิ่งซนก็อาจจะสงบเสงี่ยมมากขึ้น แต่บางตัวก็หงุดหงิดง่าย อาจจะเก็บเนื้อเก็บตัวและแยกตัวออกจากสุนัขตัวอื่นๆ ในบ้าน

ทั้งนี้ การสังเกตว่าสุนัขท้องหรือไม่ท้องจากลักษณะสรีระและพฤติกรรมของสุนัขนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ในกรณีที่เจ้าของไม่แน่ใจว่าสุนัขของเราได้รับการผสมพันธุ์ในช่วงเป็นสัดหรือไม่ แต่ถ้าหากเป็นกรณีที่เจ้าของเห็นว่าสุนัขของตัวเองถูกผสมพันธุ์แน่นอนแล้ว ก็จะมีวิธีสังเกตที่แน่นอนมากขึ้นโดย …

หากเห็นว่าสุนัขถูกครั้งแรกเมื่อใด ให้จดบันทึกวันดังกล่าวไว้ เพื่อใช้ในการนับจำนวนวันที่เค้าตั้งท้อง

ช่วง 1-3 สัปดาห์แรก

สุนัขที่อยู่ในเกณฑ์น่าจะตั้งท้อง เขามีอาการ mild morning sickness คืออาจจะดูเหมือนจะป่วยๆ นิดๆ ในตอนเช้าๆ สุนัขบางตัวอาจจะมีของเหลวสีชมพูอ่อนๆ ออกมาจากช่องคลอด

สัปดาห์ที่ 4
ช่วงนี้เป็นช่วงที่คุณหมอจะสามารถเช็คการตั้งท้องได้แล้ว ในช่วงนี้สุนัขอาจมีน้ำใสๆ ไม่มีกลิ่น ไหลออกมาจากช่องคลอดได้ และหัวนมจะเริ่มตั้ง มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีสีชมพูกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

สัปดาห์ที่ 5

ช่วงนี้คุณหมอจะสามารถเช็คจำนวนลูกสุนัขในท้องได้แล้ว ช่วงนี้สุนัขอาจจะกินอาหารเก่งขึ้น เจ้าของอาจจะต้องให้อาหารเสริมต่างๆ เพิ่มขึ้น
สัปดาห์ที่ 6
เป็นช่วงที่เห็นการเปลี่ยนแปลงทางสรีระของสุนัขที่ตั้งท้องได้อย่างชัดเจน หัวนมสุนัขจะมีสีชมพูเข้มขึ้นกว่าเดิมและขยายมากขึ้น ขนาดของท้องจะขยายใหญ่อย่างเห็นได้ชัดเจน

สัปดาห์ที่ 7

ในช่วงนี้ขนบริเวณท้องของสุนัขที่ตั้งท้องจะเริ่มจะผลัดและเบาบางลง จะสังเกตว่าจะมีขนร่วงอยู่บนพื้นหรือที่นอนมากขึ้น

สัปดาห์ที่ 8

ช่วงนี้เป็นช่วงที่สุนัขใกล้จะคลอดแล้ว เจ้าของจะสามารถสังเกตเห็นว่าลูกสุนัขในท้องมีการเคลื่อนไหว ช่วงนี้สุนัขจะไม่ค่อยอยากเคลื่อนไหวร่างกายเท่าไหร่

สัปดาห์ที่ 9
ถือว่าเป็นช่วงที่สำคัญมากๆ เพราะเป็นช่วงที่สุนัขกำลังจะคลอด พฤติกรรมการทำรังของสุนัขจะเริ่มขึ้นในช่วงนี้ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมให้กับลูกๆ ที่กำลังจะเกิดมา โดยเขาจะเริ่มมองหาที่ๆ สงบ แยกออกจากความวุ่นวาย และอาจเริ่มขุดคุ้ยมุมห้องหรือซอกหลืบต่างๆ ของบ้าน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น วิธีการสังเกตทั้งหมดที่มะเหมี่ยวนะมาฝากนี้ เป็นเพียงวิธีการสังเกตเบื้องต้นเท่านั้น ถ้าอยากรู้ผลที่ชัดเจนว่าสุนัขของเราท้องหรือไม่ท้องนั้น มะเหมี่ยวว่าพาไปตรวจกับคุณหมอน่าจะเป็นวิธีที่ได้คำตอบที่แน่นอนที่สุดนะคะ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*